คำพูดคุณพ่อ

การชี้นำจากคำพูดคุณพ่อ ที่จะช่วยยกระดับจิตใจของเราให้เข้มแข็งขึ้น ในการไปสู่การบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาตนเอง ครอบครัว สังคมและโลกแห่งความรักที่แท้จริง

ชุมชนตัวอย่าง

เยียมชมชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง… ที่สามารถนำมาเป็นแรงบันดาลใจ หรือไอเดียในการสร้างชุมชนครอบครัว รับพรที่เป็นแก่นสารในอนาคต

ศานติในเรือนใจ

เรียนรู้ศิลปะในการดำเนินชีวิต อย่างมีสติและผาสุก…จากคำสอน ของศาสดา..และปราชญ์

อาหารน่ากิน

หลากหลายสูตรการทำอาหาร เหมาะสำหรับแม่บ้านและพ่อบ้าน ที่ต้องการพัฒนาเสนห์ปลายจวัก ในครอบครัว

เศรษฐกิจชุมชน

หลากหลายภูมิปัญญา อันเป็นคลังวิชาชีพ เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชน ของหมู่บ้านครอบครัวที่รับพร ที่เป็นแก่นสารในอนาคต

Home » การเกษตรเพื่อชุมชน

“ปูม้า” อาชีพยั่งยืนของคนบ้านติงไหร

Submitted by joy kausil on Thursday, 6 November 2008No Comment

“เรามีทะเล ซึ่งเปรียบเสมือนธนาคารอยู่หน้าบ้าน” นี่คือเสียงบอกเล่าของ
ชาวบ้านติงไหรที่ประกอบอาชีพประมงมายาวนาน แต่การทำประมงก็ยัง
คงประสบกับปัญหามากมาย เช่น สัตว์น้ำมีให้จับน้อยลง เกิดการแย่งชิง
ทรัพยากร การว่างงาน การอพยพย้ายถิ่นฐานเพื่อหางานทำหนีความยากจน
ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น

“เลี้ยงปูม้า” ทางเลือกที่มีเหตุมีผล
สภาพภูมิประเทศบริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดกระบี่ที่เป็นชายหาดยาว
ประมาณ ๑๖๐ กิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงและ
เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะที่บ้านติงไหร ตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอ
เหนือคลอง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่าวกระบี่ที่มีคลื่นลมสงบตลอดทั้งปีและมี
กระแสน้ำนิ่ง และบริเวณนี้ยังจัดเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนด้วย
พื้นที่โดยรอบอ่าวยังอุดมไปด้วยหญ้าทะเล สาหร่ายผมนาง หอยกะพง
หอยแมลงภู่ที่เกิดตามธรรมชาติ

อดีตบ้านติงไหรมีทรัพยากรปูม้าที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งยังเป็นแหล่งที่มีปูม้า
ชุกชุมมาก จึงไม่มีใครคิดเลี้ยงปูม้า มีแต่จับอย่างเดียว ทำให้ทั้งปูม้า ปลา และสัตว์ทะเลอื่นๆเริ่มลดจำนวนลงบวกกับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้
ชาวบ้านในพื้นที่ที่ประกอบอาชีพประมงเป็นหลักมีความเป็นอยู่ลำบาก
ขึ้น ยิ่งหลังจากประสบภัยสึนามิที่เครื่องมือทำมาหากินและอุปกรณ์ทำ
ประมงหลงเหลือ เพียงซาก อีกทั้งการเข้ามาช่วยเหลือของหน่วยงาน
ต่างๆ  บางครั้งก็หยิบยื่นให้แต่เม็ดเงินเพียงอย่างเดียว



เมื่อทรัพยากรธรรมชาติกำลังจะหมดไป
ชาวบ้านติงไหรจึงเกิดความตระหนักและร่วมกันคิดหาทางเลือก
ในการจัดการทรัพยากรท้องถิ่นอย่างรู้ค่าและพอเพียง โดยเกิด
เป็นกระบวนการคิดและรวมกลุ่มกัน เรียนรู้ว่า ชุมชนตนเองก็มี
ทั้งสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมอุดมไปด้วยหญ้าทะเล ที่เหมาะ
สำหรับนำมาใช้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงปูม้าได้อย่างเพียงพอ
และการเลี้ยงปูม้ายังสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนมากกว่าสัตว์
น้ำชนิดอื่นๆเนื่องจากมีราคาสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด
เพราะการออกไปทำประมงเพียงอย่างเดียวอาจมีรายได้ไม่
แน่นอน เนื่องจากต้องอาศัยคลื่นลมด้วย ซึ่งยามใดที่มีลมมรสุม
ก็ไม่สามารถออกไปจับปูปลาหารายได้มาเลี้ยงครอบครัวได้
ปัญหาเหล่านี้ทำให้ชาวติงไหรตระหนักและเกิดการวมกลุ่มเพื่อ
สร้างทางเลือกให้กับอาชีพใหม่ที่น่าจะยั่งยืน กว่าการทำประมง
เพียงอย่างเดียว

ความรู้ : เงื่อนไขในการสร้างอาชีพที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและพื้นที่ี่
การเลี้ยงปูม้าของชาวบ้านบ้านติงไหรนั้น ได้มีการสร้างคอกเลี้ยงปูม้า
ของชุมชนโดยวิธีช่วยกันลงแรง หาปูขนาดเล็กมาใส่ในคอกและหาอาหาร
มาเลี้ยงปู ส่วนการบริหารและจัดการคอกในขณะที่เลี้ยงนั้น ชาวบ้านจะร่วม
กันจัดหาวัสดุและลงแรงช่วยกันสร้างคอกปูม้ากันเอง โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุน
ส่งผลให้ต้นทุนในการเลี้ยงปูม้าต่ำว่าที่อื่น นอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยีการ
เลี้ยงปูม้าในคอกจาก “ศูนย์การเรียนรู้เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะ
เลี้ยงปูม้าในบ่อดินและในที่ตื้นบริเวณชายฝั่งสู่ชุมชนต่างๆ”
ซึ่งเป็น
ความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)และสมาคม
พัฒนาประชากรและชุมชน(Population and Community Development
Association: PDA) มาปรับใช้ อาทิ เรียนรู้การสร้างคอกปูม้า โดยจะออกแบบ
ระบบนิเวศน์ภายในคอกให้เหมาะสมสอดคล้องกับนิสัยของปูม้าคือ กั้นคอกเพื่อ
ให้ปูม้าได้มีโอกาสฟักตัวตามพื้นทราย และเติมสาหร่ายเส้นจำพวกสาหร่ายผม
นาง หรือหนามมงกุฎเพื่อให้ปูม้าใช้ในการหลบซ่อนตัวในช่วงที่กำลังลอกคราบ ซึ่งหากไม่มีที่หลบซ่อนจะมีปัญหาการกินกันเองได้ ทั้งนี้สาหร่ายยังช่วยให้ปูม้า
สามารถกำบังตัวเพื่อล่าเหยื่อจำพวกกุ้ง ลูกปลาตัวเล็กๆ และยังได้อาหารจำพวก
เยื่อใยจากสาหร่ายในคอกอีกด้วย ส่วนของอาหารที่ใช้เลี้ยงปูม้านั้นจะได้จากโป๊ะ
ที่ชุมชนสร้างขึ้น เพื่อดักจับอาหารมาเลี้ยงปูโดยขนาดของโป๊ะที่สร้างนี้ถูกออก
แบบให้มีขนาดเล็กเหมาะกับปริมาณสัตว์น้ำที่ต้องนำมาใช้เลี้ยงปูในแต่ละวัน
โดยผลพลอยได้จากโป๊ะนี้คยังมีปลาเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น ปลาเบญจพรรณ ปลากะพง
และปลาเก๋าที่มีขนาดเล็กติดมาด้วย ชาวบ้านจึงนำปลาเหล่านี้ไปเลี้ยงในกระชัง
เพื่อสร้างรายได้ต่อไป ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ถือเป็นการจัดการทรัพยากรและ
แรงงานที่มีอยู่ในพื้นที่อย่างฉลาดและบูรณาการ

ปัจจุบันกลุ่มคนเลี้ยงปูม้าในคอกบ้านติงไหรมีสมาชิกกลุ่มประมาณ
๑๓ คน โดยในกลุ่มได้สละเงินคนละ ๒,๐๐๐ บาทเพื่อใช้เป็นทุนหมุน
เวียนการดำเนินงานระยะแรก สร้างคอกปูและทยอยปล่อยปูจิ๋วและ
ปูเล็กที่จับจากบริเวณใกล้เคียง ด้วยลอบพับจำนวน ๖๐ ลูกลงเลี้ยง
ในคอก นอกจากปูเล็กและปูจิ๋วแล้ว ทางกลุ่มยังได้ซื้อปูไข่ฝาเพื่อให้คืน
ลูกปูสู่ทะเล จำนวนปูจิ๋ว ปูเล็กและปูไข่ที่ปล่อยเลี้ยงในคอกมีทั้งหมด
ประมาณ ๒,๖๑๑ ตัว โดยปูที่เลี้ยงในคอกที่บ้านติงไหร จะโตเร็วและ
มีสุขภาพดี ในระยะเวลา ๒ เดือนปูที่ปล่อยเลี้ยงประมาณร้อย ๑๐ ได้
เติบโตเป็นปูขนาด ๕-๖ ตัว/กก.จับขายได้ราคาประมาณกก.ละ ๗๐ บาท
(ราคาหน้าแพ) แต่ถ้าขายปูเป็นให้แก่ร้านอาหารในท้องถิ่นจะขายได้ใน
ราคาประมาณกก.ละ ๑๕๐ บาท(ราคาหน้าฟาร์ม)

ผลผลิตที่สามารถทำรายได้ให้แก่ชุมชมนอกจากปูม้าที่มีคุณภาพแล้ว
ยังมีปลาเศรษฐกิจชนิดต่างๆที่ปล่อยเลี้ยงร่วมในคอกปูม้าหรือ สาหร่าย
ขนนกซึ่งมีราคาและเป็นที่ต้องการตลาดนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษา
ความเป็นไปได้ที่จะนำมาขยายพันธุ์เลี้ยงในคอกปู ซึ่งผลพลอยได้เหล่านี้
นอกจากจะได้ปูเป็นอาหารแล้ว ส่วนที่เหลือก็ยังสามารถนำไปขายและเป็น
ที่มาของรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนอีกทางหนึ่ง การรับรู้ปัญหาและเรียนรู้ที่จะ
พึ่งตนเองทำให้ชุมชนประมงพื้นบ้านติงไหรเกิดความเข้มแข็ง มีศรัทธาและ
เชื่อมั่นว่า “การเลี้ยงปูม้าในคอกเป็นคำตอบที่ทางชุมชนต้องการ” จะเห็นได้
จากที่สมาชิกมีส่วนร่วมในโครงการอย่างไม่กลัวความเหนื่อยยาก ทำงานด้วย
ความสนุก จริงจังยอมเสียสละเวลาแรงงานและทุนทรัพย์เพื่อเป็นเงินทุนหมุน
เวียนในระยะแรก

ความสำเร็จนี้จึงเกิดจากการเลือกประกอบอาชีพที่เหมาะทั้งกับตนเองและ
ภูมิประเทศ อีกทั้งการรู้จักเลือกเดินทางสายกลางในการเลือกจับสัตว์น้ำที่โต
เต็มที่นั้น ก็เป็นการยึดหลักความพอประมาณ ไม่ใช้ทรัพยากรเกินขีดความ
สามารถของธรรมชาติที่จะรองรับ ทำให้ชาวบ้านได้มากกว่าที่ควรจะได้เสีย
อีก นอกจากนี้การที่ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ มีจิตสำนึกว่า “ปูม้า” เป็นของ
ส่วนรวมต้องช่วยกันดูแล รักษา รู้จักแบ่งปันซึ่งกันและกัน ถือเป็นการสร้าง
ภูมิคุ้มกันที่ดีให้ชุมชนในการตั้งรับกับปัญหาในทุกๆวิกฤตได้ต่อไป

ผศ.บรรจง เทียนส่งรัศมี
ผู้ประสานงานชุดโครงการปู
๔๔/๓ ซ.เรวดี ๔ ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐ โทร. ๐-๒๕๘๘-๓๑๙๐

นายอภิสิทธิ์ บ้าเหร็ม
หัวหน้ากลุ่มชุมชนประมงบ้านติงไหร
๓๐ หมู่ ๕ ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ๘๑๑๓๐

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.