เสาวรส

กลุ่มยาลดไขมันในเส้นเลือด
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passiflora laurifolia L.
ชื่อสามัญ : Jamaica honey-suckle, Passion fruit, Yellow granadilla
วงศ์ : Passifloraceae
ชื่ออื่น : สุคนธรส (ภาคกลาง)
มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนแถบพื้นที่สูงในอเมริกาใต้ การปลูกในประเทศไทยเริ่มครั้ง
แรกในปี พ.ศ . 2498 โดยเป็นพันธุ์สีม่วงซึ่งมีรสชาติค่อนข้างเปรี้ยว สำหรับมูล
นิธิโครงการหลวงมีการปลูกเสาวรสอยู่ 2 ชนิดคือ เสาวรสโรงงานซึ่งส่งเสริมปลูกมา
นานแล้ว และเสาวรสสำหรับรับประทานสด ซึ่งคัดเลือกพันธุ์ได้ในปี พ .ศ .2539
และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกในปี พ .ศ .2540 แหล่งปลูกที่สำคัญได้แก่ ศูนย์
พัฒนาโครงการหลวงแม่สะป๊อก แม่ลาน้อย แม่ทาเหนือ แม่โถ หนองเขียว และ
หมอกจ๋าม
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้เถา เถามีลักษณะกลม ใบ เป็นใบเดี่ยว ขอบ
ใบหยักลึก ที่ก้านใบมีต่อมใบ ดกหนา เป็นมันสีเขียวแก่ ดอก ออกดอกเดี่ยวขนาด
ใหญ่ ห้อยคว่ำคล้ายกับดวงไฟโคม กาบดอกหุ้มสีเขียว กลีบชั้นนอกเป็นรูปกระบอก
ปลายแฉกด้านหลังมีสีเขียวแก่ ด้านในมีสีม่วงอ่อนประกอบด้วยจุดแดง ๆ กลีบชั้นใน ลักษณะคล้ายกับตัวแฉกของกลีบชั้นนอก สีม่วงอ่อนหรือชมพูอ่อนมีประสีแดงแซม
กลีบย่อยกลางมีเป็นชั้น ๆ สองชั้นแต่ละกลีบค่อนข้างกลม สีม่วงแก่ พาดด้วยปลายสี
ขาวสลับแดง มีเกสรอยู่ตรงกลางสีเขียวนวล ดอกมีกลิ่นหอมแรงจัดมาก ผล เป็นรูปไข่
หรือไข่ยาว มีหลายพันธุ์ บางพันธุ์ ผิวผลสีม่วง สีเหลือง สีส้มอมน้ำตาล เปลือกผล เรียบ
เนื้อรับประทานได้ มีเมล็ดจำนวนมาก อยู่ตรงกลาง
สภาพภูมิอากาศ
เสาวรสสามารถปลูกได้ในพื้นที่ราบและพื้นที่สูง แต่พื้นที่ปลูกควรมีแสงแดดดี เสาวรสสามารถให้ผลผลิตได้ตลอดปีถ้าไม่ขาดน้ำ การปลูกมี 2 แบบคือ การปลูกแบบ
อาศัยน้ำฝนและการปลูกแบบให้น้ำ แต่เสาวรสพันธุ์รับประทานสดควรปลูกในพื้นที่
ให้น้ำได้ การปลูกแบบอาศัยน้ำฝนจะให้ผลผลิตในเดือนสิงหาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ดังนั้นต้องวางแผนการปลูกก่อนเดือนสิงหาคมอย่างน้อย 7 เดือน สำหรับการปลูกแบบ
ให้น้ำสามารถปลูกได้ทุกช่วงเวลา แต่ต้องคำนึงถึงความสะดวกในการปฏิบัติดูแลรักษา
เช่น ถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนจะประหยัดเรื่องการให้น้ำแต่ต้องกำจัดวัชพืชมากขึ้น แต่ถ้า ปลูกช่วงฤดูแล้งต้องลงทุนเรื่องการให้น้ำ แต่กำจัดวัชพืชน้อยลง

พันธุ์เสาวรสที่ส่งเสริมปลูกในพื้นที่โครงการหลวงแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ
1. เสาวรสพันธุ์สำหรับส่งโรงงาน เป็นเสาวรสพันธุ์ที่มีรสชาติเปรี้ยว ส่วนใหญ่ปลูก
เพื่อส่งโรงงานนำไปแปรรูปทำน้ำผลไม้ มีอยู่สองชนิดคือ
1.1 เสาวรสโรงงานชนิดผลสีม่วง เสาวรสชนิดนี้ผิวผลจะเป็นสีม่วง ผลมีลักษณะกลม
หรือรูปไข่ ดอกสามารถผสมตัวเองได้ดี ดอกบานในตอนเช้า ผลสุกมีรสเปรี้ยวและมี
กลิ่นหอมมากกว่าพันธุ์สีเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 4-5 เซนติเมตร น้ำหนัก
50-60 กรัมต่อผล
1.2. เสาวรสโรงงานชนิดผลสีเหลือง เสาวรสชนิดนี้ผิวผลจะเป็นสีเหลือง ดอกจะบานใน
ตอนเที่ยง ส่วนใหญ่ผสมตัวเองไม่ติดต้องผสมข้ามต้น แต่ทนทานต่อโรคต้นเน่า เถาเหี่ยว
โรคไวรัสและทนต่อ ใส้เดือนฝอย จึงนิยมใช้ทำเป็นต้นตอในการเสียบกิ่งของพันธุ์ผลสีม่วง
เส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 6 เซนติเมตร น้ำหนักผลประมาณ 80-120 กรัมต่อผล มีรสเปรี้ยวมากเนื่องจากเนื้อในมีความเป็นกรดสูงกว่าพันธุ์สีม่วง
2. เสาวรสพันธุ์รับประทานสด เป็นพันธุ์ที่มีรสชาติดี หวานกว่าพันธุ์ส่งโรงงาน
มีอยู่ 2 พันธุ์คือ
2.1 พันธุ์รับประทานสดเบอร์ 1 ลักษณะผลเป็นรูปไข่สีม่วงอมแดง ผลที่ผ่าตามขวางมี
ลักษณะเป็น 3 พู เส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 5 เซนติเมตร น้ำหนัก 70-80 กรัมต่อผล
รสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอม ความหวานเฉลี่ยประมาณ 16 O Brix
2.2 พันธุ์รับประทานสดเบอร์ 2 ลักษณะคล้ายพันธุ์เบอร์ 1 แต่สีผลจะเข้มและเปลือกมี
ความหนากว่าพันธุ์เบอร์ 1 จึงเก็บรักษาไว้ได้นาน เส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 5- 6
เซนติเมตร น้ำหนัก 70-100 กรัมต่อผล ความหวานเฉลี่ยประมาณ 17-18 O Brix
สรรพคุณ : ลดไขมันในเส้นเลือด
วิธีและปริมาณที่ใช้ : ใช้ผลที่แก่จัด ไม่จำกัดจำนวน ล้างสะอาด ผ่าครึ่ง คั้นเอาแต่น้ำ
เติมเกลือและน้ำตาลเล็กน้อย ให้รสกลมกล่อมตามชอบ ใช้ดื่มเป็นน้ำผลไม้ ลดไขมัน
ในเส้นเลือด
ข้อมูลจากสำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์



Leave your response!