คำพูดคุณพ่อ

การชี้นำจากคำพูดคุณพ่อ ที่จะช่วยยกระดับจิตใจของเราให้เข้มแข็งขึ้น ในการไปสู่การบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาตนเอง ครอบครัว สังคมและโลกแห่งความรักที่แท้จริง

ชุมชนตัวอย่าง

เยียมชมชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง… ที่สามารถนำมาเป็นแรงบันดาลใจ หรือไอเดียในการสร้างชุมชนครอบครัว รับพรที่เป็นแก่นสารในอนาคต

ศานติในเรือนใจ

เรียนรู้ศิลปะในการดำเนินชีวิต อย่างมีสติและผาสุก…จากคำสอน ของศาสดา..และปราชญ์

อาหารน่ากิน

หลากหลายสูตรการทำอาหาร เหมาะสำหรับแม่บ้านและพ่อบ้าน ที่ต้องการพัฒนาเสนห์ปลายจวัก ในครอบครัว

เศรษฐกิจชุมชน

หลากหลายภูมิปัญญา อันเป็นคลังวิชาชีพ เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชน ของหมู่บ้านครอบครัวที่รับพร ที่เป็นแก่นสารในอนาคต

Home » การเกษตรเพื่อชุมชน, ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

Submitted by joy kausil on Monday, 1 December 2008No Comment

โครงการพระราชดำริ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ
ในเขตเขื่อนคลองขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
ได้ปราชญ์มือโปร ปัญญา ปุลิเวคินทร์ อดีตผู้จัดการแบงก์เกษตรฯ
ผู้บริหารโครงการลงมือพาแนะนำสถานที่ด้วยตนเอง
ความซาบซึ้งถึงแก่นรากการท่องเที่ยวอย่างพอเพียง
พร้อมเรื่องราวความทรงจำดีๆ เป็นคุณประโยชน์นานัปการแก่ชนรุ่นหลัง

ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ก่อตั้งบนที่ดินส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมูลนิธิชัยพัฒนาและสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีเจตจำนงที่จะถวายความจงรักภักดีประกอบกิจกรรมสนองพระราชดำริ
โดยมูลนิธิชัยพัฒนาขอพระบรมราชานุญาต ขอใช้ที่ดิน 14 – 2 – 18 ไร่
ตั้งอยู่หลังเขื่อนขุนด่านปราการชล บ้านท่าด่าน ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก

สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปภัมภ์
สนับสนุนงบประมาณเพื่อทำการพัฒนาให้เกิดประโยช์แก่ประชาชนทั่วไป โดยจัดทำโครงการศูนย์นิทรรศการการบริหารทรัพยากรธรรมชาติ
เพื่อแสดงแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาตนเองตามแนว
พระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โครงการศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานนามเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2545 โดยเริ่มก่อสร้างดำเนินการก่อตั้งศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติมาตั้งแต่วันที่ 16
กรกฎาคม 2545 จัดสรรพื้นที่กว่าี่ 14 ไร่ ให้ก่อเกิดประโยชน์สูงสุด
สู่การเป็น “ อาศรมปัญญา ”

จุดชมวิวหน่วยแรก อยู่บริเวณ ระเบียงภูมิทัศน์ ของอาคารทอดสายตาไปโดยรอบ ภาพที่ปรากฏผ่านเรื่องราวจากธรรมชาติรอบพื้นที่สะท้อน
แนวคิดและทฤษฎีพัฒนาตนเอง จำลองวิถีเด่นๆ ด้านการเกษตรจากทุกภาค
เหนือ ใต้ กลาง สวนกลาง ต้นกล้า เลี้ยงกุ้ง แต่ละศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นมุม
หลุมขนมครก หรือ อธรรมปราบอธรรม แปลงหญ้าแฝก
แปลงทดลองแก้มลิง บ่อบำบัดน้ำเสีย กังหันน้ำชัยพัฒนา ใช้ธรรมชาติสอนให้รู้จักชีวิตจริง

จุดชมหน่วยที่สองคือ พิพิธภัณฑ์เพื่อแสดงแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาตนเอง
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาคารขนาดกะทัดรัดแต่สามารถ
ให้รายละเอียดแบบครบวงจร ป่า ดิน น้ำ ฝนหลวง กังหันลม
ความเชื่อมโยงแห่งวิถีชีวิต บ้าน วัด โรงเรียน ในทางสายกลาง บนรากฐานแห่งความพอเพียง

สัมผัสได้ถึงพระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เล่าเนื้อหาผ่านวิดีทัศน์ในห้องจำลองจากธารน้ำบนยอดเขาต้องให้ความชุ่มชื้น แก่ผืนดิน ทางเดียวที่จะรักษาไว้ได้ต้องหยุดบุกรุกต้นน้ำ ด้วยการปลูกหญ้าแฝกคลุมดิน
หยุดทำลายธรรมชาติด้วยการรณรงค์ให้ปลูกป่า 3 ป. ปลูกไม้ฟืน
ไม้ใช้สอย ไม้ผล นำมาซึ่งประโยชน์ 4 อนุรักษ์ น้ำ ดิน ต้นไม้ และชุมชน

ศิลปะการบริหารจัดการน้ำ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ แห่งนี้อธิบายตั้งแต่น้ำหยดแรกจากยอดเขาใหญ่จนถึงหยดสุดท้ายที่ไหลลงทะเล
มีที่เก็บและท่อลำเลียงเป็นระบบใช้ได้ตลอดปี แถมไล่น้ำเค็มลงทะเลพอปลายทาง
กระจายไปบำบัดจนได้น้ำคุณภาพดีไปเลี้ยงสัตว์ ทุกวันนี้ แม้แต่ กรุงเทพมหานคร ลุ่มเจ้าพระยามีปัญหาเรื่องน้ำทะเลกับน้ำเหนือหนุน ก็ได้อานิสงส์จากโครงการนี้

เนื้อหาภายในพิพิธภัณฑ์สร้างเพลิดเพลินตื่นตาแก่ทุกคนที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม

มุมที่ 1 ห้องป่าต้นน้ำ พร้อมเรื่องราวผ่าน แสง สี เสียง
กลมกลืนกับธรรมชาติเสียงนกร้อง ให้แต่ละคนได้เรียนรู้ถึง ป่าฝน
มีไว้ป้องกันภัยธรรมที่รุนแรง ป่าเปียก ปลูกไม้โตเร็วริมลำธารเป็นแนวป้องกันไฟป่า
ป่าคลุมดิน การแนะนำให้ปลูกไม้ฟืน ไร่สวนผสม

มุมที่ 2 ทำอย่างอื่นไปด้วยกัน เช่น สร้างฝาย อนุรักษ์ดิน สะท้อนคุณธรรมควบคู่กับจิตสำนึกชุมชนให้เห็นถึงประโยชน์มหาศาลของป่าทุกชนิด

มุมที่ 3 การจัดการทรัพยากรน้ำ 92 หยดลงสู่ทะเลต้องมีต้นน้ำกักไว้โดยมีเชื่อนกลางน้ำเป็นฝายเล็กๆ สุดท้ายคือสระก่อนจะสิ้นสุดตรงป่าชายเลน เรียกกันว่า จากภูผาสู่มหานที มีลักษณะจำลองเช่นนี้เอง

มุมที่ 4 ฝนเทียม จำลองกรรมวิธีเลี้ยงเมฆให้อ้วนจนฟ้าครึ้มพร้อมจู่โจมด้วยเฮลิคอปเตอร์จำลอง นักท่องเที่ยวสามารถมุดลงไปข้างใต้เมื่อฝนตกจะมีละอองกระเซ็นเป็นฝอยสัมผัส
ไอน้ำนั้นได้ ถูกใจเยาวชนที่แวะเข้ามาชม

มุมที่ 5 การศึกษาเรื่องน้ำ

มุมที่ 6 ทฤษฎีแห่งการยืดหยุ่นได้

มุมที่ 7 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาตนเอง

มุมที่ 8 ชุมชนพอเพียง

มุมที่ 9 พิพิธภัณฑ์แห่งชีวิต มุมนี้จะต้องเดินลงจากอาคารพิพิธภัณฑ์
ไปตามแผนที่ประเทศไทยทำเป็นสวนครัว ขนาดใหญ่ 4 ภาค เป็นอันว่าเที่ยวจนเพียงพอจุใจ

การเดินทาง

รถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ แยกรังสิตตามทางหลวงหมายเลข 305
เลียบคลองรังสิต ผ่านอำเภอองครักษ์ หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 1
เลี้ยวขวาที่หินกองไปตามถนนสุวรรณศร ทางหลวงหมายเลข 33 จนถึงนครนายก

รถโดยสาร จากกรุงเทพ ฯ มีรถโดยสารปรับอากาศ
ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (ถนนกำแพงเพชร 2)
มีเส้นทางเดินรถ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางกรุงเทพ ฯ – รังสิต – องครักษ์ – นครนายก
หรือเส้นทางกรุงเทพ ฯ - หินกอง – นครนายก
รายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่ สถานีขนส่งสายเหนือ (ถ.กำแพงเพชร 2)
โทร.0-2936-3660, 0-2936-3666

ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ
THE BHUMIRAK DHAMACHART PROJECT
THE ROYAL NATURE CONSERVATION CENTER
เลขที่ 98/1 ม.2 บ.ท่าด่าน ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก 26000
เว็บไซท์ : www.bhumirak.com

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
• สำนักงาน ททท.สำนักงานนครนายก โทร.0-3731-2282, 0-3731-2284
• ผู้ประสานงานศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ นครนายก
• คุณปัญญา ปุลิเวคินทร์ โทร.08-1964-5915
• คุณวริสร รักษ์พันธุ์ โทร.08-1970-3779

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.