คำพูดคุณพ่อ

การชี้นำจากคำพูดคุณพ่อ ที่จะช่วยยกระดับจิตใจของเราให้เข้มแข็งขึ้น ในการไปสู่การบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาตนเอง ครอบครัว สังคมและโลกแห่งความรักที่แท้จริง

ชุมชนตัวอย่าง

เยียมชมชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง… ที่สามารถนำมาเป็นแรงบันดาลใจ หรือไอเดียในการสร้างชุมชนครอบครัว รับพรที่เป็นแก่นสารในอนาคต

ศานติในเรือนใจ

เรียนรู้ศิลปะในการดำเนินชีวิต อย่างมีสติและผาสุก…จากคำสอน ของศาสดา..และปราชญ์

อาหารน่ากิน

หลากหลายสูตรการทำอาหาร เหมาะสำหรับแม่บ้านและพ่อบ้าน ที่ต้องการพัฒนาเสนห์ปลายจวัก ในครอบครัว

เศรษฐกิจชุมชน

หลากหลายภูมิปัญญา อันเป็นคลังวิชาชีพ เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชน ของหมู่บ้านครอบครัวที่รับพร ที่เป็นแก่นสารในอนาคต

Home » ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

พิพิธภัณฑ์วัดไหล่หิน..ชุมชนพอเพียง

Submitted by joy kausil on Thursday, 9 October 2008No Comment

“ ข้าวของเครื่องใช้ โบราณทั้งหลาย หากปล่อยทิ้งไว้ในบ้านเรือน ไม่ก่อให้เกิด
ประโยชน์อันใด” ดังนั้น เมื่อ ๑๐ ปีก่อน ชุมชนไหล่หิน ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง
จึงได้นำสิ่งของโบราณที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ อาทิ หมวกจิกโบราณ พานไม้เก่า
ของใช้สำหรับศาสนกิจ ไม่ว่าจะเป็น ตุงกระด้าง อาสนะ และตาลปัตร เป็นต้น โดยนำ
มาเก็บรวมรวบไว้ที่วัดพร้อมกับจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขึ้น ณ วัดไหล่หิน วัดเก่าแก่
ของชุมชนที่มีศิลปะล้านนาที่งดงาม

แต่กระนั้น การเรียนรู้ของชุมชนและคนภายนอกเกี่ยวกับคุณค่าของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยัง
ไม่แพร่หลาย..เป็นเสมือนห้องที่ปิดตาย เพราะยังขาดเรื่องราวอธิบายและสะท้อนถึงคุณค่า
ของสิ่งของเหล่านั้น แม้ว่าโรงเรียนบ้านไหล่หินจะเป็นสถานศึกษาที่สำคัญของชุมชน แต่เนื้อ
หาวิชาที่ใช้ในการเรียนการสอนกลับยังไม่สอดคล้องกับวิถีของชุมชน การจัดตั้งตั้งพิพิธภัณฑ์
ท้องถิ่นขึ้นจึงเป็นเสมือนการจุดประกายให้ครู นักเรียนและชุมชนเริ่มคิดที่จะเรียนรู้จักตนเอง
และวิถีชุมชน ผ่านกระบวนการสืบค้นความรู้ผ่านข้าวของต่างๆ จากผู้เฒ่าผู้แก่ที่เป็นปราชญ์ทาง
ด้านต่างๆ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาของชุมชน กระทั่งมีการสร้างหลักสูตรท้องถิ่น
เพื่อใช้ในการเรียนการสอนวิชาศิลปศึกษาของโรงเรียนบ้านไหล่หินขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม


สืบค้นข้อมูล..เรียนรู้ตนเอง..ภูมิคุ้มกันชุมชน
เมื่อชุมชนหันมาให้ความสำคัญและเกิดความตระหนักในมรดกอันมีค่าของตัวเอง ซึ่งก็คือ
วัดไหล่หิน พิพิธภัณฑ์ฯ ที่ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของ รวมไปถึงวิถีชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับจารีต
ประเพณีอันดีงาม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๓ ชุมชนบ้านไหล่หิน วัดและโรงเรียนจึงผสานความรู้กับ
นักวิชาการภายนอกร่วมกันทำงานวิจัย เรื่องการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นวิชาศิลปศึกษา เพื่อ
สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์โบราณสถานที่วัดไหล่หิน ซึ่งเป็นงานวิจัยในชุดโครงการระบบ
การศึกษากับชุมชน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

จากกระบวนการสืบค้นข้อมูลนี้เอง “ทำให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคยคิดว่าตนเองไม่มีค่า เกิดความรู้สึก
ภาคภูมิใจ มีคุณค่าขึ้น” เพราะ เป็นบุคคลสำคัญที่คอยตอบคำถามเด็กๆ เกี่ยวกับข้าวของ
เครื่องใช้โบราณ โดยรวมตัวผู้เฒ่าผู้แก่จำนวน ๕๐ – ๖๐ คนผลัดเปลี่ยนมาอยู่เวรที่วัดรอคอย
ให้เด็กๆ ในโรงเรียนบ้านไหล่หินที่เข้ามาซักถาม บางคนก็เข้าไปเป็นวิทยากรสอนเด็กๆในโรง
เรียนอีกด้วย โดยเฉพาะปราชญ์ที่มีความชำนาญและเป็นที่รู้จักของเยาวชน อาทิ พ่อหลวงกุ้ม
วรรณมณี ปราชญ์ทางด้านภาษาคำเมือง, พ่อแก้ว ครุขยัน ปราชญ์ด้านการสาน, แม่หลวงปี๋
ดวงแก้ว ปราชญ์ด้านการทำบายศรีและงานใบตองที่มีชื่อเสียงโด่งดัง กระทั่งได้ไปสอนนักโทษ
ที่ทัณฑสถาน จ.ลำปาง และพ่อแสน อุตโม ปราชญ์ทางด้านจักสาน (ไม้ไผ่) ผู้รู้เหล่านี้จะผลัด
เปลี่ยนกันแวะเวียนกันไปสอนเด็กๆ ในโรงเรียนโดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ปัจจุบันชุมชนร่วมกัน
ขึ้นทะเบียนข้าวของต่างๆ และรวบรวมประวัติพร้อมทั้งรายละเอียดไว้เป็นหมวดหมู่ รอกรมศิลปากร
มาขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการและทำหอศิลป์แยกออกจากพิพิธภัณฑ์ของวัด โดยจะเน้นเครื่อง
ใช้โบราณที่ใช้ใน วิถีชีวิตประจำวันและมีคำอธิบายเกี่ยวกับวัตถุแต่ละชิ้นอย่างละเอียดเพื่อให้เกิด
ความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งวิธีดังกล่าวได้เรียนรู้มาจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร


เมื่อชุมชนรู้จักตนเอง รู้จักส่วนดีและส่วนด้อยของชุมชนที่ยังต้องการให้หน่วยงานภายนอกมาเติมเต็ม
ความรู้เพื่อนำมาปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบมาก ขึ้น ทั้งนี้การรู้จักตัวเอง
ของครู นักเรียนและชุมชนไหล่หิน ตลอดจนการนำไปใช้เป็นหลักสูตรท้องถิ่นในวิชาศิลปศึกษาของ
โรงเรียนบ้านไหล่ หินของนักเรียนทุกช่วงชั้น ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันของชุมชนได้ในระดับหนึ่ง

“ นักเรียนจะถามทุกวันว่าเมื่อไหร่คุณครูจะพาไปเรียนที่วัด เพราะ เด็กๆชอบที่จะได้มาที่วัดไหล่หิน
เพื่อมาวาดรูป ได้พูดคุยกับปราชญ์ของชุมชน ที่เด็กๆ มักจะกรูเข้ามาหาผู้เฒ่าผู้แก่ที่มานั่งรอเพื่อให้
ความรู้อยู่แล้ว เด็กๆ จะชอบมาฟังนิทานโบราณที่แฝงไว้ซึ่งอารมณ์ขันและเรื่องราวของโบราณวัตถุ
ต่างๆ ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ เด็กจะจดบันทึก นำกลับไปทบทวนจนเล่าเรื่องได้ เด็กบางคนที่เก่งแล้ว
ถ้าว่างก็จะมาเป็นวิทยากรในพิพิธภัณฑ์และวัดไหล่หิน ด้วย” อาจารย์สุดา แผ่นคำ ครูโรงเรียนบ้าน
ไหล่หิน เล่าให้ฟัง


ในขณะที่ เด็กชายเกียรติศักดิ์ ทวีคำ หรือน้องอั้ม ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านไหล่หิน หนึ่งในเยาวชนที่ยัง
คงดำเนินกิจกรรมสืบค้นประวัติศาสตร์ชุมชนร่วมกับอบต. เล่าว่า “ ปัจจุบัน ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ช่วงที่เรียนอยู่โรงเรียนบ้านไหล่หิน อาจารย์จะพาไปเรียนวิชาศิลปะที่วัดไหล่
หินหรือให้ปราชญ์ในหมู่บ้านไปสอนพับหงส์จากใบลาน ก๋วยสลาก หรือทำบายศรีที่โรงเรียน และมี
โอกาสได้พบปะพูดคุยกับผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนได้รู้เรื่องราวความเป็นมา ของวัดและประวัติเกี่ยวกับวัตถุ
โบราณต่างๆ ทำให้เกิดความรัก ความผูกพันกับชุมชนมากยิ่งขึ้น”

มีเหตุมีผล…บนความรู้…พอประมาณ
สู่การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน
วัดไหล่หินและพิพิธภัณฑ์โบราณล้านนาสุวรรณกีฏะศรัทธาสามัคคี ที่ เกิดขึ้นด้วยแรงศรัทธา ตระหนักรู้
ตนของคนในชุมชน นอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของชุมชนแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่
นักท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมชื่นชอบ เพราะ นอก จากจะได้สัมผัสความสวยงามทางศิลปะของวัดไหล่
หินแล้วยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนจากข้าวของเครื่องใช้โบราณและงานประเพณีต่างๆในชุมชน
โดยเฉพาะงานบุญใหญ่ เช่น สลากภัตรที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก ซึ่งก่อนหน้างานบุญ เด็กๆ ในโรงเรียน
ก็จะมาร่วมกับชาวบ้านในชุมชน ช่วยกันทำบายศรี ช่วยกันทำตุง พับหงส์ สานก๋วยสลากเข้าวัดที่ทำจาก
ไม้ไผ่แทนถังพลาสติกสีเหลืองที่นิยมใช้กันมาก แต่ในช่วงหลังชุมชนตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม
มากขึ้นจึงมีการรณรงค์ให้ใช้วัสดุธรรมชาติแทน ถือเป็นทางเลือกของชุมชนในการใช้ทรัพยากรต่างๆ
ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น บุคคล ข้าวของ ธรรมชาติ และการมีชีวิตอยู่ใน
สังคมอย่างพอประมาณ ดัง จะเห็นได้จากวิทยากรที่มาประจำอยู่ ณ วัดไหล่หิน อันประกอบด้วย
ชมรมคนชราที่ผลัดกันมาทำหน้าที่วันละ ๕ คน อบต. และเยาวชนบางส่วนนั้นจะไม่ได้รับค่าตอบแทน
ใดๆ แต่ทุกคนล้วนเข้ามาทำด้วยความเต็มใจ ดังที่พ่อหลวงกุ้ม วรรณมณี หนึ่งในวิทยากรเอ่ยว่า “ การ
มาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ นอกจากจะได้รับรู้เล่าเรื่องราวของวัดไหล่หิน สิ่งของต่างๆที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ให้เด็กๆ
และนักท่องเที่ยวฟังแล้ว การอธิบายถึงสิ่งของแต่ละชิ้นก็เหมือนกับการได้รู้เรื่องราวของชุมชนเพิ่ม
มากขึ้นทุกวัน และการที่ได้มาแลกเปลี่ยนกับผู้มาเยี่ยมเยือนอยู่เสมอนั้น เป็นประโยชน์ต่อตัวเรา
ต่อชุมชนมากแล้ว …สิ่งตอบแทนที่พวกได้รับจึงมีค่ามากกว่าเงิน”

“เรา จะไม่พัฒนาวัดไหล่หินและพิพิธภัณฑ์ให้เป็นธุรกิจท่องเที่ยวเหมือนวัดอื่นๆ แต่จะใช้เป็นแหล่ง
เรียนรู้เรื่องภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมแก่คนในชุมชนและคนภายนอกที่สนใจในวิถีชีวิตของชุมชน
ไหล่หิน ที่สำคัญคือเด็กนักเรียนบ้านไหล่หินจะได้นำความรู้เหล่านี้เป็นกำลังสำคัญใน การสืบสาน
หน้าที่ต่อไป ” ทรงศักดิ์ แก้วมูล อบต.ไหล่หิน วิทยากรอีกคนของพิพิธภัณฑ์กล่าว

ชุมชนไหล่หิน เป็นแบบอย่างที่ดีของการผสานความรู้ระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ได้ อย่างกลม
กลืน ผ่านการสืบค้นความรู้ ภูมิปัญญาที่นำไปสู่ความรักถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง ส่งผลให้การ
พัฒนาของชุมชนตั้งอยู่บนพื้นฐานของจารีต ประเพณี และวิถีชาวบ้านอย่างไม่แปลกแยกเหมือนที่
ผ่านมา ฉะนั้นการรู้จักตนเอง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสู่การพึ่งพาตนเอง และการมีเหตุมีผลในการเลือก
ทางเดินของชุมชนไหล่หิน ทำให้ชุมชนแห่งนี้เกิดความเข้มแข็งและสามารถต่อสู้กับกระแสการ
เปลี่ยนแปลง ของโลกได้

วัดไหล่หิน (วัดเสลารัตนปัพตาราม) หมู่ ๒ ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง
นายทรงศักดิ์ แก้วมูล สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลไหล่หิน ๐๘๙-๙๕๓-๖๘๘๗
,๐๘๙-๔๓๓-๘๒๘๔

ข้อมูลจากขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.