คำพูดคุณพ่อ

การชี้นำจากคำพูดคุณพ่อ ที่จะช่วยยกระดับจิตใจของเราให้เข้มแข็งขึ้น ในการไปสู่การบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาตนเอง ครอบครัว สังคมและโลกแห่งความรักที่แท้จริง

ชุมชนตัวอย่าง

เยียมชมชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง… ที่สามารถนำมาเป็นแรงบันดาลใจ หรือไอเดียในการสร้างชุมชนครอบครัว รับพรที่เป็นแก่นสารในอนาคต

ศานติในเรือนใจ

เรียนรู้ศิลปะในการดำเนินชีวิต อย่างมีสติและผาสุก…จากคำสอน ของศาสดา..และปราชญ์

อาหารน่ากิน

หลากหลายสูตรการทำอาหาร เหมาะสำหรับแม่บ้านและพ่อบ้าน ที่ต้องการพัฒนาเสนห์ปลายจวัก ในครอบครัว

เศรษฐกิจชุมชน

หลากหลายภูมิปัญญา อันเป็นคลังวิชาชีพ เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชน ของหมู่บ้านครอบครัวที่รับพร ที่เป็นแก่นสารในอนาคต

Home » หน่วยงานเศรษฐกิจพอเพียง

เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก

Submitted by dang on Friday, 3 October 2008No Comment

สังคมไทยในปัจจุบันกำลังให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ
เพื่อความพอเพียง เนื่องจากผ่านการยอมรับจากทุกภาคส่วนในสังคมแล้วว่า
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเศรษฐกิจที่เหมาะกับสังคมไทยอย่างที่สุด รวมทั้งในช่วง
หลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจพอเพียงถือเป็นคำตอบสำหรับปัญหาทางเศรษฐกิจที่
ถาโถมเข้ามา ทุกวันนี้สังคมไทยรับรู้ร่วมกันว่าเศรษฐกิจพอเพียงมิใช่เรื่องของ
เศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว หากแต่ครอบคลุมไปเกือบทุกมิติที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของ
คนไทย โดยเฉพาะมิติด้านสังคมและวัฒนธรรมและคงไม่เกินเลยไปนัก ถ้าจะกล่าว
ว่าเศรษฐกิจพอเพียง ย่อมหมายรวมถึงเศรษฐกิจแห่งการแบ่งปันบนพื้นฐานแห่ง
ความเอื้ออาทร เปรียบเสมือนเศรษฐกิจแห่งภูมิปัญญาที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของ
สังคมไทย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือการสืบสานภูมิปัญญาไทยและนำมาปรับใช้กับวิถี
ชีวิตเพื่อให้เกิดความเอื้ออาทรและแบ่งปัน ย่อมเป็นหนทางที่จะนำไปสู่ระบบเศรษฐกิจ
แบบพอเพียงได้ในที่สุด

พอประมาณ…ด้วยเกษตรกรรมยั่งยืน
ภาคเกษตรกรรมถือเป็นภาคการผลิตหลักของสังคมไทยมา ช้านาน เป็นภาคส่วน
ที่สร้างสมภูมิปัญญาขึ้นมามากมาย ภูมิปัญญาเหล่านี้นับเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่ายิ่ง
มีความสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และข้อจำกัดต่างๆ ของการผลิต แต่ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ภูมิปัญญาบางส่วนถูกละเลย
และมีไม่น้อยที่กำลังจะสูญหายไป สมควรอย่างยิ่งที่สังคมไทยจะต้องช่วยกันหาหนทาง
ฟื้นฟูภูมิปัญญาเหล่านี้ให้ กลับคืนมา

ทั้งนี้ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) และเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกต่าง เป็นองค์กรที่ทำงานส่งเสริมระบบเกษตรแบบยั่งยืนบนฐานภูมิปัญญาของสังคมไทยมา
อย่างยาวนาน

มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๑ มีภารกิจหลัก
คือ พัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อย ซึ่งโครงการต้นแบบให้มีการนำ นโยบายที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติมาปฏิบัติจริง เพื่อส่งเสริม และพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนและการจัดการทรัพยากรชายฝั่งที่เหมาะสม และนำไป สู่การพึ่งตนเองของเกษตรกรและชุมชนในด้านเศรษฐกิจ อาหาร ที่ดินทำกิน สิ่งแวดล้อมและ เพื่อความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนในการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนและการจัดการ ทรัพยากร
ต่อไป

ปัจจุบันมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ได้ก่อตั้งสถาบันเกษตรกรรมยั่งยืนขึ้น และปรับ
บทบาทมาทำงานทางวิชาการเพื่อ สนับสนุนองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมยั่งยืนให้แก่สังคมด้วยการ ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาศึกษานโยบายที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมยั่งยืน เผยแพร่
กิจกรรมที่เกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเกษตรกรกับผู้
บริโภค ประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรการเกษตร องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการและหน่วยงาน รัฐที่เกี่ยวข้องกับการ พัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนรวมถึงพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบัน
และองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืนประเทศไทย

สำหรับ “เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก” นับเป็นเครือข่ายความร่วมมือขององค์กรพัฒนาเอกชน
และองค์กรชาวบ้านเพื่อพัฒนา ระบบเกษตรกรรมทางเลือกซึ่งเป็นระบบการผลิตที่สอดคล้องกับนิเวศวิทยา
ในแต่ละท้องถิ่นและสร้างการ พึ่งตนเองทางเศรษฐกิจของเกษตรกรรายย่อย โดยเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่
ปี พ.ศ.๒๕๓๒ ในระยะแรกได้ประสานให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กรสมาชิกและชาวบ้าน ในการพัฒนาระบบเกษตรกรรมทางเลือก และเผยแพร่ความรู้ ประสบการณ์สู่สาธารณะและกลุ่มผู้บริโภค โดยนำเสนอแนวคิดตลาดทางเลือกและการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ควบ คู่กันไป นอกจาก
นั้น เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกยังได้ร่วมกับองค์กรชาวบ้าน และองค์กรพันธมิตรในการพัฒนางาน
นโยบาย เช่น การร่วมวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ กำหนดให้เกษตรกรรมยั่งยืน หรือเกษตรกรรมทางเลือกเป็นระบบเกษตรกรรมที่รัฐต้อง ดำเนินการและให้การสนับสนุนการผลักดันพระราช บัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.๒๕๔๒การทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีในประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรราย
ย่อย เป็นต้น



พัฒนาองค์ความรู้ …ภูมิคุ้มกันเกษตรกรไทย
ในระยะเวลาเกือบ ๑๗ ปีที่ผ่านมา เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกได้พัฒนา
องค์ความรู้ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนบนฐาน ความหลากหลายของระบบนิเวศ สังคม และวัฒนธรรมจนเกิดการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตของสมาชิกในเครือข่าย เช่น การเลิก
ใช้สารเคมี การพัฒนาเทคนิคและรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืนที่เหมาะสมและหลากหลาย ซึ่งช่วย ให้เกษตรกรในเครือข่ายสามารถพึ่งตนเองได้ในทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคงทางอาหาร มีระบบ การผลิตและผลผลิตที่เอื้อต่อสุขภาวะ มีการเชื่อมโยงกับผู้บริโภคและสาธารณะชน ในการพัฒนา
ตลาดทางเลือก ตลอดจนผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายด้านการเกษตรด้วย



จากประสบการณ์การทำงานของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)
และเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ทำให้ได้ข้อสรุปร่วมกันว่าแนวทางนี้
จะเป็นทางรอดสำคัญของเกษตรกรไทย เนื่องจากระบบเกษตรกรรมแบบยั่งยืน คือ ระบบเกษตรที่เกื้อกูลต่อระบบนิเวศและสภาพแวดล้อม มีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ
มีความเป็นธรรมทางสังคม เคารพในความเป็นมนุษย์และสอดคล้องกับวัฒนธรรมชุมชน
และถือเป็นโลกทัศน์ ระบบคุณค่ารวมทั้งวิถีชีวิต โน้มนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างแบ่งปัน
และสันติสุข
เกษตรกรรมยั่งยืนนับเป็นการผลิตที่ยึดโยงกับวัฎ จักรอาหารในระบบนิเวศ
ที่สร้างให้เกิดความสมดุลระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภคและผู้ย่อยสลาย สามารถนำพาเศรษฐกิจของครอบครัวและชุมชนให้เกิดความพอเพียงได้



พันธุกรรมข้าวไทย..วิถีชีวิตเพื่อคนไทย
ภูมิปัญญา เกี่ยวกับพันธุกรรมพื้นบ้านนับเป็นภูมิปัญญาที่มีความสำคัญต่อระบบเกษตรกรรมยั่งยืน เนื่องจากภูมิปัญญาเหล่านี้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ระบบนิเวศ สภาพเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของชุมชน การอนุรักษ์ความหลากหลายของพันธุกรรมพื้นบ้าน ถือเป็นการ
อนุรักษ์ฐานอาหารของชุมชน ทำให้ชุมชนเกิดความมั่นคงทางอาหารและนำไปสู่ความมั่นคงทาง
เศรษฐกิจ เป็นไปตามวิถีของเศรษฐกิจที่เน้นความพอเพียงอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามความก้าว หน้าทางเทคโนโลยีทำให้ภูมิปัญญาด้านพันธุกรรมพื้นบ้านไม่ว่าจะด้านการอนุรักษ์พัฒนาและ ใช้ประโยชน์พันธุกรรมพื้นบ้านเหล่านี้ถูกลดความสำคัญลง แต่ให้ความสำคัญกับความรู้ที่เป็น
วิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น เกิดการละเลยพันธุกรรมพื้นบ้าน และหันมาพัฒนาพันธุกรรมชนิดใหม่
ขึ้นมาทดแทน ซึ่งปัจจุบันก้าวไปไกล จนถึงขั้นการดัดแปลงพันธุกรรมให้ได้ลักษณะที่ต้องการ เพื่อตอบสนองการบริโภคในระบบทุนนิยม และผลักดันพันธุกรรมดัดแปลงไปสู่การเพาะปลูก
ในพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ กลายเป็นระบบเกษตรเชิงเดี่ยวที่ต้องใช้ปัจจัยการผลิตมาสนับสนุน
อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี สารเคมี และยารักษาโรคต่างๆ ซึ่งมักจะเป็นผลิตภัณฑ์ ที่มีภาค
ธุรกิจเป็นเจ้าของ

ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม คือ การพัฒนาพันธุ์ข้าวแบบวิทยาศาสตร์ ที่นับวันจะถูก ส่งเสริมให้เข้ามาแทนที่การพัฒนาพันธุ์ข้าวด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งหากพิจารณา อย่างลึกซึ้งแล้วจะพบว่าการพัฒนาพันธุ์ข้าวแบบวิทยาศาสตร์ เป็นการพัฒนาเพื่อ
ตอบสนองระบบตลาดเป็นสำคัญ มุ่งเน้นพัฒนาพันธุ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดและต้องมีการ ดูแลเป็นพิเศษซึ่งทำไม่ได้ในแปลงปลูกของชาวบ้าน ในขณะที่การพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย
ชาวบ้านคิดค้นเอง เป็นกระบวนการที่ชุมชนต้องเก็บข้อมูล เรียนรู้ คัดสรร สร้างความมีเหตุ
มีผลและปัญญาที่จะเป็นภูมิคุ้มกันของเกษตรกรพันธุ์ข้าวที่ชาวบ้านคัดสรรแล้วจะสะท้อนถึง
การพิจารณาถึงความเหมาะสมกับวิถีชีวิต ลักษณะพื้นที่เพาะปลูก ความหลากหลายของพัน
ธุกรรม ดังนั้นการพัฒนาพันธุ์ข้าวโดยชาวบ้านจึงเป็นภูมิปัญญาที่ควรต้องอนุรักษ์และพัฒนา
ให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยสืบไป

ทั้งนี้ มีตัวอย่างของเกษตรกรหลายท่านที่ได้ปรับใช้ภูมิปัญญาด้านพันธุกรรมพื้นบ้าน
จนทำให้เกิดเศรษฐกิจแบบพอเพียง เช่น พ่อบุบผา สารรัตน์ เกษตรกรแห่งบ้านนาวี
ตำบลศรีวิลัย อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ทำการอนุรักษ์และปรับปรุงพันธุ์ข้าว
พื้นบ้านไว้รวมกว่ายี่สิบสายพันธุ์ และจวบจนถึงวันนี้พ่อบุบผาได้ข้อสรุปแล้วว่าการ
เกษตร โดยเน้นธรรมชาติและใช้พันธุกรรมท้องถิ่นเท่านั้นจึงจะเกิดระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ครอบครัวไม่ลงทุนผลิตสูงเกินความจำเป็น ไม่มีภาระหนี้สิน เกิดความมั่นคงทางด้านอาหาร
มีความปลอดภัยและมั่นใจในการบริโภค มีความเอื้ออาทรต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม
และสิ่งแวดล้อม เหล่านี้จึงจะได้ชื่อว่าคือเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นทางรอดของเกษตรกร
ไทย ทางรอดที่สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง…


มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)
๙๑๒ ซอยงามวงศ์วาน ๓๑ (ซ่อยย่อยที่ ๗) อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐
แขวงบางกะปิ โทรศัพท์/โทรสาร: ๐-๒๕๙๑ – ๑๑๙๕ – ๖ , ๐ – ๒๕๘๐ – ๒๐๓๕
email :sathai@sathai.org website:http://www.sathai.org


เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก
๙๑๒ ซอยงามวงศ์วาน ๓๑ (ซ่อยย่อยที่ ๗ ) อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐
โทรศัพท์/โทรสาร: ๐-๒๕๙๑ – ๑๑๙๕ – ๖ , ๐ – ๒๕๘๐ – ๒๐๓๕
email :annet@ksc.th.com website :http://www.thaiaan.ne

ข้อมูลจาก www.sedb.org

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.