ประเพณีแห่งหัวใจของพ่อแม่ที่แท้จริง
ดูรายละเอียดเรื่อง ประชุมปฏิญาณ หัวข้อ รูปแบบการประชุมปฏิญาณของสมาชิกที่รับพร เพื่อใช้จัดประชุมปฏิญาณในครอบครัว
4. นมัสการวันอาทิตย์และรวีวารศึกษา
ครอบครัวที่รับพรทุกครอบครัวควรร่วมนมัสการวันอาทิตย์ที่โบสถ์แห่งความสามัคคีในท้องที่ หากมีเหตุผลพิเศษ (เช่น โบสถ์ที่ไปเป็นประจำอยู่หรือโบสถ์ศูนย์กลางอยู่ไกลมาก) ครอบครัวที่รับพรควรเลือกเข้าร่วมนมัสการวันอาทิตย์ที่โบสถ์อื่นที่สะดวก
หากลูกยังเล็กมากและต้องมีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งอยู่บ้าน การส่งอีกคนหนึ่งเป็นตัวแทนไปร่วมนมัสการวันอาทิตย์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ
หากโบสถ์ศูนย์กลางจัดให้มีรวีวารศึกษา คู่ที่รับพรควรพาลูกไปร่วมทันทีที่ลูกโตพอ หากโบสถ์ศูนย์กลางอยู่ไกลเกินไป ลูกควรเข้าร่วมรวีวารศึกษาที่โบสถ์ที่พ่อแม่สังกัด
ใน วิถีแห่งน้ำพระทัยพระเจ้า คุณพ่อให้แนวคิดในเรื่องนี้ไว้ว่า
“ในวันประชุมนมัสการ คู่ที่รับพรควรไปโบสถ์อย่างมีความสุขเพื่อที่ลูกจะรู้สึกอิจฉาพ่อแม่ แล้วเขาขอตามพ่อแม่มา”
5. รูปแบบชีวิตของครอบครัวที่รับพร
คู่ที่รับพรทั้งหมดอยู่ในตำแหน่งบุตรของพระบิดาบนสวรรค์และพ่อแม่ที่แท้จริง ดังนั้น ตามประเพณีของพระเจ้า สมาชิกในครอบครัวที่รับพรทุกคนควรดำเนินชีวิตที่มีการอุทิศตนและติดตามพ่อแม่ที่แท้จริงและพระเจ้า แม้ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ต้องทำซ้ำๆ กันในชีวิตประจำวันก็ตาม
หนังสือเกี่ยวกับลูกจากการรับพรจากแผนกสิ่งพิมพ์นานาชาติจะมีออกมาในไม่ช้า มีวิธีมากมายที่ถูกค้นพบและประยุกต์ใช้ในการอบรมได้ ดังนั้น หนังสือเล่มนี้ยังไม่ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับการอบรมลูกจากการรับพรได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในที่นี้จะนำเสนอแนวทางง่ายๆ ในหลายๆ ประเด็นที่เป็นประเพณีในการสอนลูกที่ยังเล็กอยู่
โดยอุดมคติแล้ว พ่อแม่ควรสอนลูกของตนด้วยการทำตัวให้เป็นแบบอย่าง เช่น หากพ่อแม่ตรงไปยังบริเวณที่ใช้สำหรับการอธิษฐานแล้วอธิษฐานทั้งก่อนออกจากบ้านและทันทีที่กลับถึงบ้าน ลูกก็จะสังเกตแล้วเริ่มทำตามพ่อแม่ แล้วลูกก็จะเข้าใจเองว่าเขาออกจากบ้านไปพร้อมกับพระเจ้า ไม่ใช่ไปคนเดียว เมื่อลูกสังเกตพ่อแม่ของเขาอธิษฐานหรือพูดคุยกันเกี่ยวกับความเชื่อ ลูกก็สามารถกำหนดท่าทีความประพฤติและทัศนคติของเขาเองได้ พ่อแม่ที่ทำตัวเป็นแบบอย่างให้กับลูกจะสอนลูกได้ดีกว่าการพร่ำสอนเป็นไหนๆ
โดยการพัฒนาทัศนคติที่บริสุทธิ์ในการดำเนินชีวิตแห่งการติดตามขึ้น ลูกจะเรียนรู้ว่าครอบครัวที่รับพรต้องอยู่ร่วมกับพ่อแม่ที่แท้จริงและพระเจ้า มิใช่อยู่กันแค่สมาชิกในครอบครัวของเขาเท่านั้น นี่เป็นแนวความคิดที่สำคัญมากที่จะต้องให้ลูกเข้าใจ ลูกจะเริ่มรู้สึกถึงทัศนคติที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นของพระเจ้าได้เมื่อได้รับใช้แขก และโดยวิธีนี้ ลูกก็จะเรียนรู้ว่าจะติดตามพ่อแม่ที่แท้จริงได้อย่างไร
โดยการเตรียมสำรับของพ่อแม่ที่แท้จริงและอาหารเครื่องบูชาสำหรับแขกตามประเพณี ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดในภายหลังนั้น จะทำให้สมาชิกในครอบครัวที่รับพรสามารถพัฒนาทัศนคติในการติดตามพ่อแม่ที่แท้จริงในทุกๆ วันขึ้นได้ เราควรรักเพื่อนบ้านของเราเหมือนตัวเราเองตามที่พระเจ้าทรงสอน นี่เป็นวิธีหนึ่งที่เราสามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นแก่นสารในชีวิตประจำวันของเรา
ในสมัยแรกๆ คุณพ่อที่แท้จริงสอนสมาชิกทุกคนให้ปฏิบัติประเพณีนี้ เนื่องจากประเพณีนี้สอนให้เราเตรียมพร้อมเสมอที่จะติดตามรับใช้พ่อแม่ที่แท้จริงและดูแลรับใช้แขก นี่เป็นส่วนหนึ่งของประเพณีในโลกอุดมคติ หากครอบครัวที่รับพรเตรียมพร้อมอยู่เสมอที่จะรับใช้พ่อแม่ที่แท้จริง และแขก เมื่อมีผู้มาเยือนโดยไม่คาดคิด เราจะไม่พบกับเหตุการณ์ที่เรามีอาหารไม่เพียงพอสำหรับแขก คุณภาพของอาหารไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทัศนคติที่เปิดกว้างเหมือนกับประเพณีที่พ่อแม่ที่แท้จริงสอนให้เราฝึกฝนชีวิตที่ติดตามรับใช้สวรรค์
คุณพ่อที่แท้จริงสอนเราอยู่เสมอว่า คู่ที่รับพรควรต้อนรับทั้งแขกรับเชิญและแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างอบอุ่น หากพ่อแม่แสดงความขอบคุณที่ได้ต้อนรับแขก ลูกๆ ก็จะรู้จักให้เกียรติและรู้จักวิธีดูแลรับใช้แขกที่ไม่ได้รับเชิญ โดยประเพณีนี้ ทุกครอบครัวก็จะสามารถต้อนรับขับสู้ผู้มาเยือนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
คุณพ่อปรารภกับคู่ที่รับพรในอเมริกาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.1980 มีดังนี้
เราควรเปิดบ้านของเราต้อนรับครอบครัวที่เดินทางผ่านมา การเช่าโรงแรมหรือห้องพักให้แขกพักถือเป็นเรื่องเสื่อมเสียอย่างยิ่ง ควรแบ่งที่พักของเราให้แม้ว่าจะนานเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือนานเพียงใดก็ตาม เราควรรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้กระทำเช่นนั้น จงเริ่มต้นทำ และทำต่อไปเรื่อยๆ ฝ่ายผู้มาเยือนก็ควรรู้สึกว่านี่เป็นบ้านของพี่น้องของเขาเอง ไม่ควรรู้สึกอึดอัดเขินอายเหมือนอยู่ในบ้านคนแปลกหน้า ว่าไปแล้วในอเมริกา เขาทำกันอย่างไร แล้วโบสถ์เราทำแบบไหน
ใน วิถีแห่งน้ำพระทัยพระเจ้า คุณพ่อปรารภเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรับผิดชอบของคู่ที่รับพรที่มีต่อกันและกัน ดังนี้
เนื่องจากเราเป็นเหมือนลูกชายคนโตที่อยู่ในบ้านหลังใหญ่ เราต้องเลี้ยงดูทุกคนที่มาเยือนเรา เหมือนกับที่ผมได้อดหลับอดนอนดูแลสมาชิกทุกคนตลอดคืน ครอบครัวที่รับพรต้องมีความรับผิดชอบเหมือนผม
ธรรมเนียมที่ครอบครัวที่รับพรทุกครอบครัวควรสร้างขึ้นก็คือการเตรียมอาหารสำรับของพ่อแม่ที่แท้จริงทุกๆ วันเพื่อเป็นการแสดงความเคารพนับถือที่มีต่อพ่อแม่ที่แท้จริง
การเชิญพระบิดาบนสวรรค์และพ่อแม่ที่แท้จริงมาร่วมรับประทานอาหารกับเราเป็นสิ่งสำคัญ แม้พ่อแม่ที่แท้จริงจะไม่สามารถร่วมรับประทานอาหารกับทุกครอบครัวได้ แต่โดยการเตรียมสำรับของพ่อแม่ที่แท้จริงไว้เป็นการแสดงความเคารพนับถือ ครอบครัวที่รับพรสามารถแสดงออกซึ่งความปรารถนาและความตั้งใจที่จะติดตามรับใช้พ่อแม่ที่แท้จริงได้
หากครอบครัวที่รับพรต้องการเริ่มปฏิบัติประเพณีนี้ แนวทางในการปฏิบัติมีดังต่อไปนี้
ซื้อภาชนะทั้งหมดที่จำเป็น (ตัวอย่างเช่น จาน ชาม ถ้วยและจานรอง แก้ว ช้อน ตะเกียบ) ซึ่งใช้เฉพาะความมุ่งหมายนี้ ชำระทุกสิ่งด้วยเกลือศักดิ์สิทธิ์ก่อน
เลือกที่วาง ชั้นวาง หรือตู้เก็บภาชนะในห้องครัวหรือห้องรับประทานอาหารที่จะใช้เก็บภาชนะเหล่านี้เมื่อไม่ได้ใช้ แล้วชำระด้วยเกลือศักดิ์สิทธิ์ ควรถือว่าเป็นบริเวณที่พิเศษและศักดิ์สิทธิ์ ต้องคอยรักษาความสะอาด และไม่ใช้เพื่อการอื่นใด
ควรเก็บรูปพ่อแม่ที่แท้จริงขนาดเล็กๆ เอาไว้ด้วยกัน แต่ไม่บังคับ เพราะอาจไม่สะดวกหากมีแขกมากมายมาเยือนและมีโอกาสพบเห็น
สามารถวางเกลือศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งประดับประดาเช่น แจกันดอกไม้เล็กๆ ไว้ได้หากต้องการ แต่ไม่จำเป็น
การเสิร์ฟ เมื่ออาหารพร้อมเสิร์ฟแล้ว จานแรกที่ตัก ต้องตักสำหรับพ่อแม่ที่แท้จริง ผู้ปรุงอาหารหรือสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้เสิร์ฟควรตักจากหม้อหรือกระทะโดยตรง นำมายังบริเวณที่จัดไว้ แล้วอธิษฐานด้วยความขอบคุณในขณะที่มือทั้งสองยังจับอยู่ ไม่มีเนื้อหาพิเศษสำหรับการอธิษฐาน การแสดงออกของหัวใจสำคัญกว่าคำพูด
ควรวางเอาไว้บนชั้นสักครู่หนึ่งก่อน หากแขก (ที่เป็นสมาชิกก็ดี หรือไม่เป็นสมาชิกก็ดี) มาร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัว ควรเสิร์ฟแขกด้วยสำรับของพ่อแม่ที่แท้จริงโดยไม่ต้องถ่ายเปลี่ยนภาชนะ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีแขก ควรรอไว้สักครู่ใหญ่แล้วจึงนำมาที่โต๊ะอาหาร ผลัดเวียนให้กับสมาชิกในครอบครัวรับประทานในแต่ละครั้ง ควรรับประทานโดยตรงจากสำรับของพ่อแม่ที่แท้จริง (หมายเหตุ จากหนังสือประเพณีที่พิมพ์เป็นภาษาเกาหลีเล่มใหม่ล่าสุด อธิบายว่า กรณีที่ไม่มีแขก ควรผลัดเวียนให้กับสมาชิกในครอบครัวรับประทานโดยตรงจากสำรับของพ่อแม่ที่แท้จริง แต่กรณีที่มีแขก (ทั้งที่เป็นสมาชิกและไม่เป็นสมาชิก) จะให้แขกรับประทานโดยตรงจากสำรับของพ่อแม่ที่แท้จริงก็ได้ หรือจะถ่ายเปลี่ยนภาชนะก่อนก็ได้)
หลังจากล้างภาชนะแล้ว ควรเก็บในที่พิเศษที่จัดไว้
โดยอุดมคติแล้ว ประเพณีนี้ควรปฏิบัติทั้งสามมื้อทุกวัน แต่เนื่องจากขณะนี้ แผนงานของพระเจ้าอยู่ในช่วงที่กำลังเปลี่ยนแปลง สมาชิกส่วนมากมีตารางเวลาที่ไม่แน่นอนและไม่อยู่บ้าน หากต้องการปฏิบัติประเพณีนี้ อนุโลมให้ครอบครัวเตรียมอาหารสำรับของพ่อแม่ที่แท้จริงเพียงวันละมื้อ และควรเป็นมื้อหลัก
(1) นัยสำคัญ
อีกประเพณีหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวที่รับพรสามารถรักษาทัศนคติของการติดตามได้ก็คือ การถวายอาหารเครื่องบูชา วัตถุประสงค์ในการแบ่งของฝากที่เป็นอาหารซึ่งได้รับมาก็คือ เพื่อเก็บไว้สำหรับแขกที่มาเยี่ยมบ้านหรือศูนย์
เมื่อใดก็ตามที่ผู้อื่นให้ของฝากที่เป็น ผลไม้ ลูกกวาด คุกกี้ ฯลฯ สมาชิกในครอบครัวควรมีทัศนคติที่อยากแบ่งปันสิ่งที่ได้มาถวายแด่พระเจ้าและพ่อแม่ที่แท้จริงก่อนที่จะได้รับประโยชน์จากของฝากที่ได้รับมา ควรถวายความขอบคุณแด่พระเจ้าและแสดงความขอบคุณต่อหัวใจของผู้ให้
หากเป็นไปได้ ควรซื้อภาชนะชุดใหม่ และต้องชำระด้วยเกลือศักดิ์สิทธิ์ก่อนใช้
ควรเตรียมบริเวณใดบริเวณหนึ่งเป็นพิเศษหรือชั้นในตู้เก็บภาชนะไว้สำหรับเก็บภาชนะสำหรับอาหารเครื่องบูชาเหมือนกับสำรับของพ่อแม่ที่แท้จริง (แต่ไม่เก็บรวมกับสำรับของพ่อแม่ที่แท้จริง) ที่เก็บภาชนะสำหรับอาหารเครื่องบูชานี้ควรถือว่าเป็นบริเวณที่พิเศษและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรใช้เพื่อการอื่นใด
เมื่อได้รับของฝากที่เป็นอาหาร ความกตัญญูนั้นเกี่ยวข้องกับชีวิตแห่งการติดตาม ก่อนรับประทานของฝากที่เป็นอาหาร ควรแบ่งสิ่งที่เราได้รับมาไว้ในภาชนะสำหรับอาหารเครื่องบูชา ต้องไม่ลืมคลุมด้วยพลาสติกห่ออาหาร(แร็พ) หรือกระดาษฟอยล์ เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารเสียหรือขึ้นรา
การเสิร์ฟอาหารเครื่องบูชา หากพ่อแม่ที่แท้จริง (หรือแขก) มาเยี่ยมบ้าน ควรเสิร์ฟด้วยอาหารเครื่องบูชานี้ ซึ่งมีนัยสำคัญว่าได้เสิร์ฟของฝากที่เป็นอาหารส่วนแรกที่ดีที่สุดให้กับพ่อแม่ที่แท้จริง
หากไม่มีแขกมาเยี่ยม ควรแบ่งอาหารเครื่องบูชาให้สมาชิกในครอบครัวรับประทานก่อนที่อาหารจะเสีย ควรทำสิ่งนี้หลังจากประชุมอธิษฐานตอนเย็น หรือเช้าวันอาทิตย์หลังประชุมปฏิญาณ
เมื่อแบ่งปันอาหารและรับประทานกันหมดแล้ว ควรล้างภาชนะแล้วเก็บไว้ในที่พิเศษที่จัดไว้
หากสมาชิกที่รับพรจำเป็นต้องได้รับเลือดด้วยเหตุผลใดก็ตามก็สามารถรับเลือดได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องรับเลือดจากสมาชิกที่รับพรเท่านั้น
การเสียสละเพื่อผู้อื่นโดยวิธีนี้เป็นสิ่งที่ดี ดังนั้น ในเวลาฉุกเฉิน หรือเมื่อมีรถมาขอรับบริจาค ฯลฯ ไม่มีข้อจำกัดใดๆ ในการบริจาคเลือดของทั้งสมาชิกที่รับพรและสมาชิกที่ยังไม่รับพรที่ต้องการบริจาคเลือดให้กับหน่วยงานของประเทศ โรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล

Pages: 1 2

