คำพูดคุณพ่อ

การชี้นำจากคำพูดคุณพ่อ ที่จะช่วยยกระดับจิตใจของเราให้เข้มแข็งขึ้น ในการไปสู่การบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาตนเอง ครอบครัว สังคมและโลกแห่งความรักที่แท้จริง

ชุมชนตัวอย่าง

เยียมชมชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง… ที่สามารถนำมาเป็นแรงบันดาลใจ หรือไอเดียในการสร้างชุมชนครอบครัว รับพรที่เป็นแก่นสารในอนาคต

ศานติในเรือนใจ

เรียนรู้ศิลปะในการดำเนินชีวิต อย่างมีสติและผาสุก…จากคำสอน ของศาสดา..และปราชญ์

อาหารน่ากิน

หลากหลายสูตรการทำอาหาร เหมาะสำหรับแม่บ้านและพ่อบ้าน ที่ต้องการพัฒนาเสนห์ปลายจวัก ในครอบครัว

เศรษฐกิจชุมชน

หลากหลายภูมิปัญญา อันเป็นคลังวิชาชีพ เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชน ของหมู่บ้านครอบครัวที่รับพร ที่เป็นแก่นสารในอนาคต

Home » ศานติในเรือนใจ

การบรรยายธรรมะโดยท่าน ว.วชิรเมธี

Submitted by joy kausil on Tuesday, 27 October 2009No Comment

ท่านได้ให้พร 4 ข้อ ดังนี้

1. อย่าเป็นนักจับผิด
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง
“กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก”
คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส “จิตประภัสสร”
ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี  “แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข”

2. อย่ามัวแต่คิดริษยา
“แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน”
คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
เรามีชื่อว่า “เจ้ากรรมนายเวร”  ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์  ฉะนั้นเราต้องถอดถอน
ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยาเป็น “ไฟสุมขอน” (ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน
เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี “แผ่เมตตา” หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา
แล้วปล่อยให้ลอยไป

3. อย่าเสียเวลากับความหลัง
90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ “ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น”
มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย
ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ
“อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน”
“อยู่กับปัจจุบันให้เป็น” ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี “สติ” กำกับตลอดเวลา

4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ
“ตัณหา” ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่ เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ  ธรรมชาติของตัณหา คือ “ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม”
ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกา คืออะไร คือ ไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้ ใส่เพื่อความโก้หรู

คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่ คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์
เราต้องถามตัวเองว่า ” เกิดมาทำไม ” “คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน” ตามหา “แก่น” ของชีวิตให้เจอ
คำว่า “พอดี” คือถ้า “พอ” แล้วจะ”ดี”   รู้จัก “พอ” จะมีชีวิตอย่างมีความสุข

ท่านที่ได้รับโปรดส่งต่อไปให้แก่คนที่ท่านรักแลปรารถนาดี เป็นบุญเป็นกุศลยิ่งนัก
สัพพะทานัง ธัมมะธานัง ชินาติ  ‘ การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง ‘

จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว
จงประสพแต่ความสุข ความเจริญ ด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณธนสาสมบัติทุกประการ

สาธุ

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.